posted on 04 Oct 2008 14:17 by ashita-p in Series
ในที่สุดก็จบแล้ว (จริง ๆ ที่ญี่ปุ่นจบไป 2-3 สัปดาห์แล้วมั๊ง แต่ว่าเราเพิ่งจะ download completed เมื่อเช้านี้เอง เลยดูซะหนำ ตั้งแต่ Ep. 09 - Ep. 11 ไม่คิดว่าหนังประเภทลึกลับ ซ่อนเงื่อน มี drama นิด ๆ (เอ๊ะ หรือว่าไม่นิด) จะทำให้น้ำตาแตกได้ขนาดนี้ ประหนึ่งว่าอยู่ในเหตุการณ์ T//T"


ตัวจริงของ Naruse น่ะ เป็นคนจิตใจดี และอ่อนโยนมาก มาก เลย แต่เพราะความบอบช้ำในวันเด็ก (ซึ่งตัว series นี้พยายามใส่ shot ที่เป็นที่มาของความบอบช้ำให้ดูทุกภาคเลย) ทำให้เขากลายเป็นคนเก็บกด และฝังความแค้นไว้ในจิตสำนึก (ยังไม่ใต้สำนึก เพราะความจริงเป็นคนจิตใจดี) ตอนสุดท้าย Ep.11 นี่ เรียกน้ำตาได้อย่างดี ทั้ง ๆ ที่ฟังภาษาญี่ปุ่นก็ไม่รู้เรื่อง (แต่ดูแล้วเข้าใจอ่ะ) ทั้ง Naruse และ Naoto ต่างก็เป็นเหยื่อของความทรงจำในอดีต ท้ายที่สุดก็จบชีวิตเคียงข้างกัน ว่าไปแล้วทั้งคู่แสดงดีมากเลย ทั้ง Ikuta Toma และ Ohno Satoshi ทำน้ำตานองหน้าไปด้วย Naruse น่ะ ขนาดว่าไม่ไหวแล้ว (เพราะโดนแทง) แต่ก็ยังฮึดมาเจอ Naoto แล้วสิ่งที่คาใจก็คลี่คลายซะที
เง๊อ จบไปและ ต่อไปจะดูเรื่องอะไรต่อดีล่ะเนี่ย ไปก่องดีกว่า หาที่วิ่งเล่นก่อน แล้วค่อยมา update ใหม่ See ya!
posted on 01 Oct 2008 19:53 by ashita-p in Buddhism
ความเดิมจากตอนที่แล้ว หลักอิทธิบาท 4 อันได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา
เมื่อเราอยากมี อยากได้ อยากจะเป็นอะไรก็ตาม
ก่อนอื่นให้เข้าใจตัวเอง รู้จักฐานะ
ความรู้ ความสามารถของตน แล้วตั้งเป้าหมายไว้
ลงมือทำตามเป้าหมายนั้นด้วยความพอใจ
เพียรพยายามเต็มกำลังความสามารถ
เอาใจใส่เพื่อให้สำเร็จตามที่ตั้งใจ
เมื่อได้ผลออกมาอย่างไร
ก็ให้ยินดีพอใจตามที่ได้ ตามที่เป็น
ถึงแม้ว่าไม่บรรลุถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ตาม
ก็ให้สันโดษ
ความพ่ายแพ้ไม่ได้ทำให้ท้อถอย
แต่ให้มีความหวังในอนาคต
ตั้งใจทำความดีในปัจจุบันด้วยสุขภาพใจดี
ตั้งใจทำความดี ด้วยหลักอิทธิบาท 4
ยอมรับผลด้วยความสันโดษ
ต้นทางแห่งความสุขที่แท้
"คำสอนตามหลักพระพุทธศาสนากล่าวว่า
ยิ่งสันโดษต่อสามิสสุขมากเท่าไร
ก็ยิ่งได้นิรามิสสุขมากขึ้นเท่านั้น"
สามิสสุข หมายถึง ความสุขที่ต้องอาศัยวัตถุภายนอกมาตอบสนอง ความต้องการทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และความคิดอยากต่าง ๆ ถือเป็นความสุขขั้นหยาบ ที่มีทุกข์เจือปนมาตลอดเวลา เพราะต้องแสวงหาดิ้นรนกระวนกระวายเป็นอาการนำหน้า เมื่อได้มาก็ต้องระวัง รักษา ยึดติด หวงแหน ผูกพัน กลัวสูญหาย ถ้าไม่ได้มา ถูกขัดขวางก็ขัดเคือง ไม่พอใจ
นิรามิสสุข เป็น ความสุขภายในที่ไม่ต้องอาศัยวัตถุภายนอกมาสนองความอยาก เป็นความสุขที่เกิดจากใจที่สงบ สะอาด ไม่ดิ้นรนกระวนกระวายไปตามกิเลส
นิรามิสสุขจึงเป็นความสุขที่แท้จริง เป็นภาวะสุขที่ไม่ก่อให้เกิดปัญหาใด ๆ ตามมา และยังช่วยขจัดปัญหาต่าง ๆ ด้วย ผู้ที่จะมีนิรามิสสุขได้จะต้องมีสภาพใจที่สงบไม่ดิ้นรน คือ มีความสันโดษเสียก่อน แล้วก็หมั่นฝึกหัดพัฒนาจิตใจ ด้วยการเจริญอานาปานสติและเมตตาภาวนา เป็นประจำสม่ำเสมอ เพื่อเข้าถึงความสุขที่แท้ หรืออย่างน้อยก็เพื่อความมีสุขภาพใจดี มีความสบายใจ สุขใจ
posted on 28 Sep 2008 22:41 by ashita-p in Buddhism
[สันโดษ] เคล็ดลับของความสุข
พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก
ความสันโดษ เป็นมงคลข้อที่ 24 ในมงคล 38 ประการ
มงคลเป็นเหตุแห่งความสุข ความก้าวหน้า ในการดำเนินชีวิต
ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ให้พุทธศาสนิกชนนำไปปฏิบัติ
นำมาจากบทมงคลสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสตอบปัญหาเทวดาที่ถามว่า
คุณธรรมอันใด ที่ทำให้ชีวิตประสบความสุขความเจริญ
ความสุขอันเกิดจากความสันโดษนั้น
เราไม่ต้องแสวงหาอะไรนอกตัวเรา
ไม่ต้องทำอะไรเป็นพิเศษ
ไปกว่าสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ทุกวันนี้
ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนเดิม
เราเพียงแต่เปิดใจให้กว้าง
ยอมรับความจริงตามกฏธรรมชาติ
ด้วยจิตใจที่เป็นธรรม
แล้วยินดีพอใจในสิ่งที่มี ที่เป็น
ที่หามาได้ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
รู้จักคิดดี คิดถูก เท่านั้นแหละ
สันโดษ
มาจากภาษาบาลีว่า สันโตสะ
สัน แปลว่า ตน
โตสะ แปลว่า ยินดี
สันโดษจึงแปลว่า
ยินดี พอใจ อิ่มใจ สุขใจ กับของของตน
กล่าวโดยย่อคือ ให้รู้จักพอ ให้รู้จักประมาณตน
ลักษณะของสันโดษ 3 ประการคือ
ยินดีตามมี
ยินดีตามได้
ยินดีตามควร
ยินดีตามมี
โลกธรรม 8 ที่เราประสบอยู่ในปัจจุบัน
โลกธรรมฝ่ายน่าปรารถนา ได้ลาภ ได้ยศ สรรเสริญ สุข
โลกธรรมฝ่ายไม่น่าปรารถนา เสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์
ล้วนเป็นผลจากการกระทำของเราทั้งสิ้น
ดังนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏมีอยู่ เป็นอยู่ ในปัจจุบัน
จึงสมบูรณ์แล้วด้วยเหตุและผล เราจึงต้องยินดีพอใจ
แม้มีบางสิ่งบางอย่าง "ไม่ถูกใจ" ก็ต้องอาศัยปัญญาชอบที่จะยอมรับความจริง
จนทำใจให้สงบ สบายใจได้
ยินดีตามได้
ยินดีกับส่วนที่ได้มา
คือ เมื่อแสวงหาประโยชน์อันใดแล้ว
ได้เท่าไรก็พอใจเท่านั้นยินดีพอใจในสิ่งที่ได้
เมื่อเราใช้ชีวิตอยู่ในสังคม เราย่อมมีความปรารถนา
อยากได้ อยากมี อยากเป็น
และเมื่อเราแสวงหาสิ่งที่ต้องการด้วยความตั้งใจ
ความพยายามอย่างดีที่สุดตามกำลังของตนแล้ว
เราต้องยอมรับผลที่ได้ เพราะเราก็ได้อาศัยบุญเก่า
ได้ใช้ความขยันหมั่นเพียร ความมานะอดทน ความสามารถ
กำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา เต็มที่แล้ว
มันเป็นเพราะการกระทำทั้งในอดีตและปัจจุบันร่วมกันออกผล
เรียกว่าสิ่งที่ได้มันก็พอดี ๆ กับการกระทำของตนเองทั้งนั้น
เมื่อเข้าใจจุดนี้ก็จะสบายใจ มีความยินดีพอใจในสิ่งที่ได้
ยินดีตามควร
ยินดีกับของที่สมควรแก่ตนเท่านั้น
สิ่งใดที่มีอยู่หรือจะได้มา หากเห็นว่าไม่สมควรกับเราก็ไม่ยินดี ไม่ยอมรับไว้
การจะตัดสินว่า ควรหรือไม่ควรนั้น
ให้พิจารณาโดยใช้หลัก 3 ประการ คือ
ควรแก่ฐานะ
ควรแก่ความสามารถ
ควรแก่ศีลธรรม
อิทธิบาท 4 คู่กับสันโดษ
คนจำนวนมาก
เข้าใจความหมายของสันโดษผิดไป
คิดว่าสันโดษคือการพอใจอยู่คนเดียว
หรือการไม่ทำอะไร
หากนำหลักของสันโดษไปใช้แล้ว
จะทำให้ประเทศชาติไม่เจริญ
ประชาชนไม่รู้จักพัฒนาตน
เพราะพอใจในสภาพตามมี ตามเกิด ตามธรรมชาติ
เป็นอยู่อย่างไรก็พอใจแค่นั้น
มีน้อยแค่ไหน ก็ไม่ต้องขวนขวายไปหามาเพิ่ม
ความจริงแล้ว
การพอใจอยู่คนเดียว ภาษาบาลีเรียกว่า ปวิวิตตะ ไม่เรียกสันโดษ
ส่วนการไม่ทำอะไรนั้น
ภาษาบาลีเรียกว่า โกสัชชะ คือความเกียจคร้าน
หลักอิทธิบาท 4
ฉันทะ
มีความพอใจในสิ่งที่ทำ โดยเราตั้งเป้าหมายไว้
ตามความหมาะสมกับฐานะ และกำลังความสามารถของเรา
วิริยะ
ความเพียรพยายามและตั้งใจทำสิ่งนั้น
จิตตะ
ความเอาใจใส่ จิตใจจดจ่อกับสิ่งที่ทำอยู่
วิมังสา
ปัญหาที่พิจารณาใคร่ครวญหาเหตุผล เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
ตอนแรกผ่านไป ยังไม่จบเท่านี้ค่ะ วันหน้าจะมีภาคต่อมาให้อ่านอีก แต่ตอนนี้
ชักเริ่มปวดตา แล้วเจอกัน Next Update จ้า
posted on 26 Sep 2008 20:03 by ashita-p in w-inds
posted on 20 Aug 2008 01:27 by ashita-p in Series
พอดู [魔王 - まおう Maou] เลยกลายเป็นว่าชอบเพลง Truth ของ Arashi ไปซะแล้ว ฟังไม่เบื่อเลย ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่สาวกของ Arashi ซักกะติ๊ด จริง ๆ แล้วก็ Series เรื่องนี้ ก็ไม่ได้ทำ rating สูงนะ แต่เราชอบอ่ะ ถึงบางครั้งจะเหมือนยัดเยียดให้คนดูเชื่อว่า Naruse น่ะมีความหลังอันบอบช้ำมากขนาดไหน ถึงได้มีจิตใจคล้ายกับปีศาจ มันยังรู้สึกไม่ค่อยเชื่ออารมณ์นั้นซักเท่าไหร่ แต่ Toma หล่อกริ๊ก เอิ๊ก ๆ สู้เค๊า สู้เค๊า Naoto

เอ้าเริ่มเพ้อ เมื่อพูดถึง เพลง Truth แล้ว ก็ขอแปะซะหน่อยละกัน ชอบเพลง (แต่ยังไม่ปิ๊งกับ PV เท่าไหร่)
posted on 29 Jul 2008 23:36 by ashita-p in Daily-Life
ผ่านไปเมื่อวานนี้ เป็นงาน Kick Off ของบริษัทฯ ก็รับหน้าที่หาสถานที่ จองห้องสัมมนา จองเบรก จองโต๊ะอาหารสำหรับมื้อเย็น clear กะตังค์ สนุกสนาน กินกันอิ่มแปล้ แต่เราดั๊นลืมถ่ายรูปมาด้วย ประมาณว่าโซค่ะ
ร้านอาหารที่ไปกินเป็น ร้านหมูกะทะแบบบุฟเฟต์ แต่ละคนนี่รักษาผลประโยชน์สุดฤทธิ์ เดินกันไม่ต่ำกว่า 3 รอบ แทบปลิ้น เอิ๊ก ๆ
ส่วนเราก็ 5 รอบเป็นอย่างน้อย เวียนตักหมูหมักมั่ง , หอยทอด (ฝากเขาตักมาให้) , ยำหอยนางรม , สลัดผัก , สเต็กหมู , ขนมหวาน ไม่ได้หมายความว่ากินฟรีแล้วจะกินซะขนาดนี้นะ แต่เพราะหิว และอาหารเขาอร่อยไง ไว้มีโอกาสจะไปนั่งกินอีก
ส่วนวันนี้กลับมากินข้าวบ้านเหมือนเดิม ฮิ๊ววว